วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

แผ่นดินไหวที่เฮติ ภัยธรรมชาติที่ต้องระวัง


เกิดเหตุแผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.0 ริกเตอร์ ใกล้เมืองหลวงของสาธารณรัฐเฮติ เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. วันที่ 13 มกราคม ตามเวลาประเทศไทย ส่งผลให้เนียบประธานาธิบดี ที่ทำการกระทรวงต่างๆ ตลอดจนที่ทำการขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) พังถล่ม คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตน่าจะสูงนับพันคน เพราะจุดเกิดเหตุมีคนอาศัยอยู่หนาแน่น ขณะที่อาคารบ้านเรือนก็สร้างอย่างไม่แข็งแรง

แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 200 ปี ที่เกิดขึ้นในเฮติ ประเทศยากจนในแถบแคริบเบียน แถมยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงตามมาอีกถึง 24 ครั้ง เบื้องต้นทางการเฮติยืนยันแล้วว่า ประธานาธิบดีเรเน พรีวาล และภริยาปลอดภัยดี แม้ทำเนียบจะได้รับความเสียหายยับเยินจากเหตุธรณีพิโรธที่มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียง 15 กิโลเมตร และเกิดลึกลงไปใต้ผิวดินเพียง 10 กิโลเมตร


แผ่นดินไหวครั้งนี้กินเวลากว่า 1 นาที แต่แรงสั่นสะเทือนทำให้แม้แต่ตึกที่มีโครงสร้างแข็งแรงอย่างทำเนียบประธานาธิบดี กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคม และกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ มีรายงานว่าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งชานเมืองหลวงพังถล่มลงมาด้วย


โศกนาฎกรรมกลางเมืองหลวงของสาธารณรัฐเฮติ ประเทศยากจนในแถบแคริบเบียน เมื่อวันที่ 13 มกราคม สร้างความเสียหายและความยากลำบากอย่างมากแก่ประชาชนชาวเฮติ อีกทั้งยังชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเฮติในขณะนั้น นอกจากจะมีทรัพย์สินเสียหายมากมายแล้วก็ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องมาสูญเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย เมื่อทั่วโลกได้ทราบข่าวนี้ทุกคนต่างก็รู้สึกสงสารและเห็นใจชาวเฮติเป็นอย่างมาก ทุกฝ่ายต่างสงความช่วยเหลือไปให้แก่ประเทศเฮติแต่ถึงอย่างไรก็ตามความช่วยเหลือเหล่านั้นก็ยังคงไม่เพียงพอ ทุกประเทศต่างก็ทยอยส่งความช่วยเหลือให้แก่เฮติ สำหรับเหตุการณืที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงและสร้างความเสียหายเป็นอย่างมากครั้งนี้ก็ยังเป็นตัวอย่างให้แก่อีกหลายประเทศที่มักจะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นให้เตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า


สำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้นก็เคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้รุนแรงเท่ากับเฮติในครั้งนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้คงช่วยเตือนภัยให้กับหลายๆประเทศให้เตรียมตัวรับมือ และหาวิธีการแก้ปัญหาไว้ล่วงหน้า เพราะไม่แน่ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกที่ไหนหรือเมื่อใด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น